สงกรานต์เมาไม่ขับแต่มากับคนเมา ก็โดนจับรับโทษเท่ากัน

0
258

สงกรานต์เมาไม่ขับแต่มากับคนเมา ก็โดนจับรับโทษเท่ากัน

         อ้าวเห้ย ไหงงั้น คิดว่าเพื่อนๆหลายคนคงคิดแบบนี้ เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งตกใจและเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ที่ว่ากันว่าเมาแล้วขับจับจริงนั่นแน่นอน แต่ไอ้ที่ว่ามากับคนเมาแล้วยังจับ นั่นหมายถึง ให้คนเมาขับรถ แล้วเราโดยสารไปด้วย ไม่ว่าจะรถยนต์หรือจักรยานยนต์  หากโดนตรวจ หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เราก็จำเป็นต้องรับโทษเท่าคนที่เมาแล้วขับรถด้วย โทษฐานที่ไม่ห้าม ไงละครับทีนี้ อึ้ง! ไปเลย ขอแนะนำเลยว่าเมาแล้วอย่าขับเลยครับ เพื่อนถ้าห้ามกันแล้วไม่ฟังก็อย่าไปกับมัน ไม่งั้นซวยไปด้วย โดนโทษเท่ากันนะครับ ยิ่งเหตุที่เกิดนั้นรุนแรงมากเท่าไหร่เราก็ต้องร่วมรับผิดชอบมากขึ้นเท่านั้น

         โดยเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้มาถึงว่า เรามีความเป็นห่วงกังวลปัญหาการจราจรช่วงวันหยุดราชการ ซึ่งเรามีการทำถนนไปหลายเส้น ทำรถไฟไปหลายสาย แต่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี ในการทำเรื่องเหล่านี้เพื่อลดปัญหาการจราจรในต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้รถติด ส่วนนี้เป็นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมาย เรามีกฎหมายทุกตัว แต่ก็ยังมีปัญหาสูญเสียเพิ่มขึ้นทุกปี ต้องมาย้อนมาดูว่าบกพร่องที่กฎหมายหรือเปล่า ถ้ากฎหมายมีสมบูรณ์แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร มาดูในส่วนที่การบังคับใช้กฎหมายว่ามีการปล่อยปละละเลย มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ ต้องเข้าไปแก้ส่วนนี้ รวมถึงประชาชนเคารพกฎหมายหรือไม่ ส่วนนี้สำคัญ

         นายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมีมติใน ครม. เห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 62 โดยใช้มาตรการลงโทษผู้ขับรถที่ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องทรัพย์สินของประชาชนและอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาว่าด้วยประมาทอย่างเดียว ใช้วิธีเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแล้วก็จบ ไม่ได้ ต้องมุ่งไปสู่การพิจารณาลงโทษคดีอาญาด้วย ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายใหม่ เดี๋ยวจะว่าไปรังแกประชาชนอีก ตนขอให้กฎหมายทุกอันได้รับความร่วมมืออย่าดื่มเหล้าเมื่อขับรถ “ถ้าขับรถแล้วดื่มเหล้าชนคนตายต้องติดคุก ตนประกาศไว้อย่างนี้ เพราะกฎหมายเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ทำถือละเว้น ขอให้ทุกคนระมัดระวังใช้รถใช้ถนน หากใช้ความเร็วที่มากเกินไปและมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น จะต้องลงโทษคดีอาญาและคดีแพ่ง ไม่อย่างนั้นก็หลุดกันหมด รัฐบาลเอาจริงเอาจังแบบนี้ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ โดยที่ไม่ใช่กฎหมายใหม่ ขอเตือนผู้ที่ขับรถด้วยความคึกคะนอง คนที่ชอบดื่มเหล้าเวลาขับรถ แม้กระทั่งคนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ก็ต้องถูกพิจารณาด้วยที่ไม่ห้ามปราม” นายกฯ กล่าว

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฉะนั้นผู้ที่ขับรถโดยสาร รถแท็กซี่ ต้องไม่ขับรถด้วยความประมาท ทำให้เกิดความสูญเสียกับผู้อื่น สางสารเขาบ้าง ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลอยากจะย้ำเตือนในช่วงใกล้วันสงกรานต์ หรือแม้แต่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม.

อัตราโทษใหม่สำหรับเมาแล้วขับ

         สำหรับการเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิด ฐานขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอื่นๆ จากเดิม จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 บาทถึง 2,0000 บาท เป็น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำเพิ่มเป็น 10,000 บาทถึง – 20 ,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาต และเพิ่มมาตรการยึดรถในชั้นศาล ไม่เกิน 7 วัน

         ส่วนโทษในเรื่องของการเมาแล้วขับแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ คงโทษเดิมคือ จำคุก 1 – 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตฯ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ

         ส่วนเมาแล้วขับแล้วเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสจำคุก 2 – 6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต แต่หากเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คงโทษ จำคุก 3 – 10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาทรวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

         นอกจากนี้ ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เดิมนั้นกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถสั่งทดสอบได้ แต่ไม่กำหนดวิธีการ แต่ในกฎหมายใหม่นี้จะกำหนดวิธีการให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ด้วยการทดสอบ ลมหายใจปัสสาวะ เลือดหรือวิธีการอื่นๆ ได้ แต่ต้องเท่าที่จำเป็น สมควร และเจ็บปวดน้อยที่สุด

 

ขอบคุณข่าวสารดีๆจาก
thairathonline